หลักธรรมของพระพุทธศาสนา แห่งการทำความดี

หลักธรรมของพระพุทธศาสนา แห่งการทำความดี

การทำความดี คือการทำสิ่งที่มีประโยชน์ ทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่น แค่การไม่เบียดเบียนหรือทำให้ผู้อื่นเป็นทุกข์ก็นับเป็นการทำความดีอย่างหนึ่งแล้ว แต่การทำความดีก็มีหลักธรรมของพระพุทธศาสนาหลายหลักธรรมที่กล่าวถึง เช่น หลักโอวาทปาฏิโมกข์, บุญกิริยาวัตถุ 10, กุศลกรรมบถ 10, สุจริต 3 และหลักธรรมอื่น ๆ อีกมากมาย

หลักธรรมมุ่งสู่ความดี

หลักโอวาทปาฏิโมกข์ หลักธรรมที่พระพุทธองค์แสดงครั้งแรกในวันมาฆบูชากล่าวถึงคำสอนที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา 3 ประการสำหรับพุทธบริษัท นั่นคือ

การไม่ทำความบาปทั้งปวง ได้แก่ การลดละเลิกความชั่ว ทั้งทางกาย วาจา ใจ หลักธรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น อกุศลกรรมบถ 10

การบำเพ็ญแต่ความดี ได้แก่ การทำความดี หลักธรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น กุศลกรรมบถ 10

การทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ทำจิตใจให้ผ่องใส ทำจิตใจให้สงบ หลักธรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น นิวรณ์ 5

หลักธรรม กุศลกรรมบถ 10 แบ่งเป็น 3 ทาง ได้แก่ กาย วาจา และใจ ได้แก่

ทางกาย

1. การงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ อธิบายได้ว่า ไม่เบียดเบียน ทำร้าย ทรมาน ทารุณกรรม ต่อสัตว์ และไม่ฆ่าสัตว์ เพราะสัตว์ทุกตัวต่างรักชีวิตไม่ต่างจากคน

2. การงดเว้นจากการลักทรัพย์ อธิบายได้ว่า ไม่ขโมยของที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของ ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม

3. การงดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม อธิบายได้ว่า ไม่ล่วงละเมิดทางเพศทั้งทางกาย วาจา ใจ ต่อผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ได้รับความเสียหาย เหตุเพราะเห็นแต่ความสุขของตนเอง รวมความถึงการคุกคามทางเพศในรูปแบบต่าง ๆ เช่น อนาจาร กล่าววาจาแทะโลม หมิ่นประมาท หรือใช้สายตามองแบบมีเจตนาไม่ดี ก็รวมความอยู่ในข้อนี้ได้

ทางวาจา

การงดเว้นจากการพูดเท็จ อธิบายได้ว่า ไม่โกหกในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าในกรณีใด

การงดเว้นจากการพูดคำหยาบ อธิบายได้ว่า ไม่ใช้วาจาหยาบคาย ละเมิดผู้อื่นและทำให้ผู้อื่นเสียหายเดือดร้อน

การงดเว้นจากการพูดส่อเสียด อธิบายได้ว่า ไม่ใช้วาจาเสียดสีให้ผู้อื่นได้รับความเจ็บใจ เสียใจ น้อยใจ หรือโกรธแค้น

การงดเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ อธิบายได้ว่า ไม่พูดแต่เรื่องไร้สาระหาแก่นสารมิได้ เสียเวลาในชีวิตทั้งผู้พูดและผู้ฟัง

ทางใจ

1. การงดเว้นจากการไม่อยากได้ของผู้อื่น อธิบายได้ว่า ไม่คิดในทางไม่ดี ในทางที่จะเอาของที่มีเจ้าของอยู่แล้วมาเป็นของตนเองในทางที่มิชอบ เช่น ล่อลวง คดโกง ปล้น ชิงทรัพย์

2. การงดเว้นจากการพยาบาท อธิบายได้ว่า ไม่ผูกใจเจ็บ ไม่คิดอาฆาต ไม่คิดต้องการแก้แค้น

3. ความเห็นถูก หรือสัมมาทิฐิ อธิบายได้ว่า การมีความเห็นในเรื่องราวต่าง ๆ อย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ซึ่งมีแยกย่อยลงอีก 10 ประการ เช่น วิบากกรรมดีและกรรมชั่วมีจริง ทานที่ให้แล้วมีผลจริง บิดามารดามีคุณจริง เป็นต้น ซึ่งผู้สนใจสามารถศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมได้ จะมีคุณประโยชน์ต่อชีวิตตนเองเป็นอย่างมาก

หลักธรรม บุญกิริยาวัตถุ 10 ซึ่งเป็นหลักธรรมแห่งความดีที่ควรทำ เป็นเหตุที่ตั้งแห่งความดี และที่ตั้งแห่งการทำบุญกุศล มีด้วยกัน 10 ประการ ได้แก่

หลักธรรมมุ่งสู่ความดี

ทาน: การลดความตระหนี่ ขัดเกลาความเห็นแก่ตัว และความยึดติด

รักษาศีล: ศีลคือความปกติ การฝึกฝนลดละเลิกความชั่ว ไม่เบียดเบียนผู้อื่น

เจริญภาวนา: การพัฒนาปัญญาและจิตใจ

อ่อนน้อมถ่อมตน: เป็นการลดการยึดมั่นถือมั่นในตัวตน

ช่วยเหลือสังคมรอบข้าง: เกิดประโยชน์ต่อบุคคลส่วนรวม เป็นการฝึกการเสียสละความสุขส่วนตัว

การให้ส่วนบุญ: การบอกให้ผู้อื่นร่วมอนุโมทนาบุญ การแผ่ส่วนบุญส่วนกุศล

การอนุโมทนา: การยอมรับ ชื่นชม ยินดีในการทำความดีของผู้อื่น

การฟังธรรม: เกิดปัญญา นำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์

การแสดงธรรม: เพื่อเป็นตัวอย่างให้บุคคลอื่นเห็น

การทำความเห็นในถูกต้องเหมาะสม: ทำความเข้าใจที่ถูกต้องในบาป บุญ ทั้งหลาย

จะเห็นได้ว่าหลักธรรมที่กล่าวถึงมีศีล หรือ การทำตัวให้ปกติ เป็นพื้นฐาน เพื่อให้เกิดความสุขสงบแก่ทุกท่าน ไม่มีการเบียดเบียนซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นการทำความดีทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น และจะนำพาให้สังคมเราสงบสุขได้อย่างที่ทุกคนปรารถนา