วิธีคิดเพื่อให้คุณทำความดีได้อย่างต่อเนื่อง

แนวคิดที่จะช่วยให้คุณมีกำลังใจในการทำความดี

การทำความดีเป็นสิ่งที่ทำให้สังคมน่าอยู่ ซึ่งเราทุกคนสามารถทำความดีได้ในรูปแบบต่าง ๆ แต่ที่หลายคนไม่อยากทำ เนื่องจากรู้สึกท้อแท้ที่ไม่มีใครเห็นหรือทำความดีแล้วไม่ได้รับคำชื่นชม หรือเกรงว่าคนอื่นจะเข้าใจผิดว่าแอบแฝงผลประโยชน์

เราจึงได้รวบรวมแนวคิดที่จะช่วยให้คุณมีกำลังใจในการทำความดีอย่างสม่ำเสมอมาฝากกัน ดังนี้

1. การทำความดีแม้ไม่มีใครเห็น เราก็รับรู้ได้ด้วยตัวเราเอง

ความสบายใจหรืออิ่มเอมใจ จากการได้ช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ว่าคนหรือสัตว์ เช่น การแบ่งหมูปิ้งไก่ปิ้งเลี้ยงอาหารสุนัขจรจัดที่เราเดินผ่าน การช่วยซื้อข้าวเลี้ยงคนเร่ร่อนที่หิวโซ ฯลฯ ย่อมเป็นที่รับรู้ได้ที่ใจของผู้ทำ แม้ไม่มีใครเห็น ไม่เป็นข่าวโด่งดัง หรือมีการมอบรางวัลให้ ก็ไม่สำคัญ เพราะเป้าหมายที่สำคัญ คือ การสร้างความสุขและลดความทุกข์ให้แก่ผู้อื่นนั่นเอง

2. มองเห็นผลดีต่อภาพรวมสังคม

ตัวอย่างเช่น การลดการใช้พลาสติกที่สร้างขยะให้แก่โลก การทิ้งขยะให้ลงถัง ไม่ทิ้งตามแหล่งท่องเที่ยว เช่น ตามหาดทราย จะช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ลดความเสี่ยงของสิ่งมีชีวิตที่จะมากินพลาสติกห่อหุ้มอาหารได้ สิ่งเหล่านี้ คือ จิตสำนึกด้านความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ที่เป็นการทำความดีในรูปแบบหนึ่งที่จะทำให้สังคมดีขึ้น

3. เห็นประโยชน์หลายด้าน

ตัวอย่างเช่น การให้อภัย เป็นการทำความดีแบบหนึ่ง ที่ทำให้ตัวเรามีความสุขและฝึกให้เป็นคนที่ใจเย็นลง ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้กับการทำงานทุกรูปแบบ ทำให้มีความอดทนมากขึ้น เมื่อต้องเผชิญกับความขัดแย้งรูปแบบต่าง ๆ ทั้งจากเพื่อนร่วมงานลูกน้อง ลูกค้า ฯลฯ หรือเมื่อมีคนเห็นเราทำความดี เขาก็อาจจะประทับใจและสร้างความดีต่อ ๆ กันไปก็ได้ ทำให้สังคมน่าอยู่มากขึ้น เมื่อเห็นประโยชน์ที่จะตามมาหลายด้าน จะทำให้คนเรามุ่งมั่นทำดียิ่งขึ้นไปอีก

4. เอาใจเขามาใส่ใจเรา

มีเรื่องจริงที่มักเป็นข่าวอยู่เสมอ คือ มีคนเก็บกระเป๋าสตางค์ได้ แล้วนำไปแจ้งตำรวจ ให้ตามสืบหาเจ้าของเพราะเป็นห่วงว่าเจ้าของจะได้รับความทุกข์ใจอย่างมากที่เงินสูญหาย ซึ่งเป็นการทำดีที่ประกอบไปด้วยความซื่อสัตย์และความเห็นใจผู้อื่น โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน มีคนที่เป็นหนี้สินและต้องใช้เงินเพื่อทำธุรกิจการค้า การเก็บเงินของผู้อื่นได้โดยบังเอิญนั้น แม้จะสามารถนำไปใช้ส่วนตัวได้โดยไม่มีใครรู้เห็น แต่เขาเหล่านี้ก็ไม่ทำ เพราะคิดเสมอว่าเงินเหล่านี้ล้วนมีความหมายต่อเจ้าของเสมอ มักทราบในเวลาต่อมาว่า เจ้าของเงินจะต้องนำเงินไปใช้กับเรื่องจำเป็นทั้งสิ้น เช่น การชำระหนี้สินทางธุรกิจ หรือเงินค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า วิธีคิดที่ยกตัวอย่างมานั้น หากทุกท่านนำไปพิจารณาและปรับใช้ จะช่วยให้เกิดกำลังใจในการทำความดีทุกรูปแบบอย่างสม่ำเสมอยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนรอบข้าง และทำให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

วิธีคิดเพื่อให้คุณทำความดีได้อย่างต่อเนื่อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *