ทำความดีช่วยเหลือคนอื่นคือเคล็ดลับความสุข

การทำความดีช่วยเหลือผู้อื่นแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย สิ่งได้รับกลับคืนมาคือความสุข เหมือนที่นักปราชญ์ชาวจีนพูดว่า “ถ้าต้องการความสุขหนึ่งชั่วโมงให้งีบหลับ ถ้าต้องการความสุขหนึ่งวันให้ไปตกปลา ถ้าต้องการความสุขตลอดปีให้โอนมรดกให้ลูกหลาน ถ้าต้องการความสุขตลอดชีวิตให้ยื่นมือช่วยใครสักคน” ความสุขในการช่วยเหลือผู้อื่นเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายและทำได้บ่อย

มากกว่าความสุขที่ได้จากการให้

การให้และเห็นแก่ประโยชน์ของผู้อื่น หากทำให้เรารู้สึกดี ไม่เพียงแต่มีความสุข ยังส่งผลต่อสุขภาพจิต ทำให้อิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกว่าพอเพียง มั่งคั่ง และมั่นคงในชีวิตมากขึ้น สิ่งสำคัญคือการให้แบบไม่เห็นแก่ตัว ช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน เพราะถ้าคิดว่าให้เพื่อแลกกับอะไรสักอย่าง หากได้รับผลประโยชน์ไม่ตรงกับความต้องการอาจทำให้ผิดหวังและไม่มีความสุขก็เป็นได้ ความรักจึงเป็นรากฐานของการให้ที่แท้จริง

ผู้ให้ไม่จำเป็นต้องร่ำรวย ไม่ต้องแจกเงินทองของมีค่า ลองค้นหาทักษะความสามารถของตัวเองที่จะทำความดี บางครั้งการให้เวลากับคนอื่นหรือแสดงความเห็นอกเห็นใจเป็นของขวัญมีค่าสำหรับผู้รับแล้ว และเราก็ไม่ต้องมอบความสุขอยู่ตลอดเวลา การแบ่งปันความเศร้าความทุกข์อาจทำให้ผู้รับพอใจมากกว่าเป็นสองเท่า ในยามที่ผู้อื่นมีความทุกข์ต้องการใครสักคนอยู่เคียงข้าง นั่นคือเวลาที่เราควรยื่นมือเข้าช่วย เมื่อปลดทุกข์ในใจให้ผู้อื่นแล้ว ความสุขก็คืนกลับมาให้ตัวเอง

หลายคนเข้าใจผิดว่ายามที่ผู้อื่นเดือดร้อนขัดสนเงินทองหรือประสบภัยพิบัติจะต้องการเงินเป็นหลัก เมื่อถูกชักจูงให้บริจาคแต่ไม่สะดวกเพราะตนเองก็มีปัญหาการเงินอยู่เหมือนกัน อย่ากังวลใจและอับอายว่าตนเองไม่ได้ร่วมบริจาคด้วย การให้โดยไม่เต็มใจและทำให้ตนเองลำบากในภายหลังจนเดือดร้อนต้องอดมื้อกินมื้อหรือหยิบยืมคนอื่นอีกทอดหนึ่ง ไม่ใช้ทางเลือกที่ดีเลย การทำความดีโดยที่ตนเองไม่เดือดร้อนก็เป็นกุศลอย่างหนึ่ง นึกถึงความเหมาะสมเป็นสำคัญ ส่วนคนอื่นจะบริจาคมากหรือน้อย หรือตัดสินใจให้ความช่วยเหลือในด้านอื่นแทนก็เป็นเรื่องของเขา การทำความดีมีหลายรูปแบบ ถ้าช่วยเหลือด้วยตนเองไม่ได้ การแชร์เรื่องราวเพื่อให้สังคมรับรู้และยื่นมือเข้าช่วย หรือแม้แต่การชื่นชมยินดีคนทำความดีก็เป็นแนวทางที่เหมาะกับตัวเรา ทำให้มีความสุขได้เหมือนกัน

ทำความดีช่วยเหลือคนอื่นคือเคล็ดลับความสุข

การทำความดีเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไร กล่าวคือ เมื่อช่วยเหลือคนอื่นจะทำให้สมองหลั่งฮอร์โมนความสุข จิตใจสงบ มีความภาคภูมิใจในตนเอง ความสุขของคนอื่นทำให้เราหันเหความสนใจจากปัญหาของตนเอง ไม่จดจ่อกับสิ่งที่ตนคิดว่าขาดหายไป ในทางกลับกันจะรู้สึกว่ามีความกระตือรือร้นมากขึ้น มองเห็นว่าทุกปัญหามีทางออกเพียงแต่ให้เวลาและโอกาสกับตนเองมากขึ้น การร่วมทำความดีทำให้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ช่วยบรรเทาปัญหาคนซึมเศร้าทำให้รู้สึกว่าตนเองไม่โดดเดี่ยวคนเดียวอีกต่อไป การทำความดีเป็นอาสาสมัครเข้าร่วมกิจกรรมและช่วยลดความเหงาและความเศร้าได้ หลายคนมีความสุขกว่าเดิมเมื่อตระหนักว่าตนเองได้ช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาสกว่า เปลี่ยนมุมมองต่อชีวิตใหม่ การทำความดีช่วยให้ตนเองอิ่มใจและทำให้โลกมีความสุขมากขึ้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *