การทำความดีปันอิ่มปันสุข ยิ่งให้ก็ยิ่งได้

การทำความดีปันอิ่มปันสุข ยิ่งให้ก็ยิ่งได้

ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตการณ์ระบาดของไวรัสโคโรนา ผู้คนประสบเคราะห์กรรมทั้งยากจน เจ็บป่วยล้มตาย ต้องการความช่วยเหลือ คนมั่งมีช่วยบริจาค คนมีเงินไม่มากเป็นอาสาสมัครช่วยคนเดือดร้อนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความพึงพอใจในชีวิตมากขึ้น ไม่เครียดจนเกิดภาวะซึมเศร้า การทำความดีบรรเทาทุกข์อาจไม่ได้เสียอะไรมาก ผู้ให้ช่วยคลายทุกข์ให้คนอื่นได้และได้รับความสุขกลับมาไม่น้อย

แม้ว่าคนทั้งโลกต่างประสบภัยพิบัติ แต่สายธารน้ำใจที่หลั่งไหลมาช่วยเหลือไม่ขาดสายก็เป็นสิ่งที่ทำให้จิตใจเข้มแข็ง ผู้คนพยายามรักษาความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้น ส่งผลให้เกิดขวัญกำลังใจที่จะสู้กันต่อไป ทุกวันนี้หลายคนถามตัวเองว่าวันนี้ได้ช่วยใครบ้างแล้วหรือยัง การช่วยเหลือคนอื่นบ่อย ๆ เป็นเรื่องดี แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม บางครั้งคนที่มีความทุกข์ต้องการใครสักคนที่จะพูดคุยด้วย แต่ละคนมีเรื่องราวที่แตกต่างกันและต้องการกำลังใจให้มีแรงสู้ปัญหาในวันต่อไป

การทำความดีอาจดูเหมือนเป็นสัญชาตญาณ แต่ความช่วยเหลือนั้นต้องทำให้ถูกที่ ถูกเวลา และถูกคนด้วย การยื่นมือเข้าช่วยเหลือคนที่เขาไม่ต้องการอาจกลายเป็นการรบกวน ทำให้เดือดร้อนรำคาญ เหตุผลที่บางคนไม่ยอมรับความช่วยเหลือเพราะมองว่าทำให้ตัวเองเหมือนคนไร้ความสามารถและเกิดความรู้สึกด้านลบซึ่งไม่เกิดผลดีต่อตัวผู้ที่หวังดีด้วยเช่นกัน แต่การระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นเหตุการณ์ที่ควบคุมไม่ได้และคาดเดาไม่ได้ ทุกคนทั่วโลกเผชิญปัญหาร่วมกัน ไม่ใช่เคราะห์กรรมที่เกิดจากการไร้ความสามารถของบุคคล การขอความช่วยเหลือจึงเป็นเรื่องปกติ ไม่น่าอายหรือรู้สึกต่ำต้อยแต่อย่างใด ช่วงระยะเวลาเช่นนี้ จึงเป็นการทำความดีในช่วงเวลาที่เหมาะสม เมื่อมีแนวร่วมเข้ามาให้การสนับสนุน ก็ยิ่งส่งผลให้การช่วยเหลือนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ความร่วมมือของคนจำนวนมากยังเกิดขึ้นในลักษณะของการตอบแทนซึ่งกันและกัน การเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ ก็ยิ่งทำให้เกิดความสุขและความพึงพอใจมากเป็นทวีคูณ

หลายคนเป็นผู้ประสบภัยหรือคนใกล้ชิดได้รับผลกระทบจากปัญหามาก่อน จึงเกิดแรงจูงใจเข้าร่วมกิจกรรมอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือ แบ่งปัน และบริจาคช่วยคนอื่น หากในแต่ละชุมชนมีบุคคลที่เสียสละเวลาและความสุขส่วนตัวมาทำความดีเช่นนี้ ก็จะทำให้จำนวนผู้เดือดร้อนลดลงไปได้มาก

ความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจและสังคม ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนเป็นปัญหามานานแล้ว แต่ในขณะนี้แม้จะมีมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม แต่การปันน้ำใจช่วยเหลือกันในภาวะวิกฤติก็ยังจำเป็นอย่างมาก อีกทั้งช่วยสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงทำให้คนในสังคมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เกิดเครือข่ายอาสาสมัคร กลุ่มชุมชน และองค์กรช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จุดประกายความคาดหวังว่าผู้คนยังคงสามารถพึ่งพากันได้ในอนาคตแม้หลังจากการระบาดใหญ่สิ้นสุดลง